ดูแลรถยนต์ง่ายๆ

ดูแลรถยนต์ง่ายๆ ยืออายุการใช้งาน ตอนจอดทิ้งยาวนานหลายวัน

ดูแลรถยนต์ง่ายๆ ยืออายุการใช้งาน ตอนจอดทิ้งยาวนานหลายวัน

ดูแลรถยนต์ง่ายๆ 9 วิธีง่ายๆดูแลรถยนต์จอดทิ้ง ไม่ได้ใช้งานนานๆ

ต่ออายุการใช้งาน ลดความสียหาย

เดี๋ยวนี้คนจำนวนไม่น้อย ใช้รถยนต์ลดน้อยลง หรือเกือบจะไม่ได้ใช้เลย จากการจำกัดการเดินทาง หรือบางคนก็ทำงานจากที่บ้าน เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19

แต่ว่าอย่างที่รู้กันว่า รถยนต์นั้นหากจอดทิ้งเอาไว้เฉยๆนานๆจะมีความทรุดโทรมเกิดขึ้นได้ โดยเหตุนั้นก็เลยจำต้องดูแลให้ดี เพื่อต่ออายุการใช้งานให้นานที่สุด ลดความเสื่อมโทรมให้ได้มากที่สุด

ควิกเลน ผู้ให้บริการรักษารถยนต์ มีคำเสนอแนะ เกี่ยวกับดูแลรถยนต์ ซึ่งทำได้ด้วยตนเองง่ายๆและไม่เสียเวลามากเท่าไรนัก มาฝากกัน

1.ล้างรถ เอาคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรกที่บางทีอาจติดแน่นรวมทั้งทำร้ายผิวรถยนต์ถ้าเกิดจะต้องจอดรถยนต์ทิ้งเอาไว้เป็นระยะเวลานาน โดยบางทีอาจขัดด้วยแว็กซ์เคลือบสีรถยนต์เพื่อเพิ่มการดูแลและรักษาแล้วก็การปกป้องคุ้มครองพื้นผิวที่มากขึ้น

2. เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ถ้าเกิดมีความคิดว่าจะจอดรถยนต์นานเป็นเดือน ซึ่งการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ลงไปจะช่วยรักษาสภาพเครื่องยนต์ได้ถ้าจำต้องจอดรถยนต์นานเป็นเดือนๆ เนื่องมาจากน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วมักมีสิ่งปนเปื้อน และก็มีสภาพเป็นกรด ซึ่งบางทีอาจทำร้ายส่วนประกอบของเครื่องยนต์กลไกได้

3. ไม่สมควรดึงเบรกมือ ด้วยเหตุว่าเบรกบางทีอาจติดได้ แล้วก็บางทีอาจประสบปัญหาขยับรถยนต์ไม่ได้เมื่ออยากได้เคลื่อนรถยนต์

4. เติมน้ำมันเต็มถัง สามารถปกป้องความชื้นที่จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำได้ และก็ช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดสนิมข้างในถังน้ำมัน (กรณีถังเป็นโลหะ)

5. เช็ครวมทั้งเติมลมยาง ให้ได้ค่าดังที่ผู้ผลิตรถยนต์ระบุโดยมองได้จากเสาประตูข้างผู้ขับ หรือ ในฝาปิดถังน้ำมัน หรือในคู่มือวิธีการใช้รถยนต์ ควรจะตรวจเช็คลมยางสัปดาห์ละครั้ง เพื่อรักษาลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมช่วยคงสภาพแล้วก็รูปทรงของยางได้

6. หาที่จอดรถที่เหมาะสม เนื่องจากแสงแดดแล้วก็ฝนหรือความชื้นมีผลเสียต่อสภาพรวมทั้งอุปกรณ์ของรถยนต์ ยกตัวอย่างเช่น วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นยางสลายตัวก่อนที่จะถึงเวลาอันควรจะ สีตัวรถยนต์ซีดเซียวเร็ว การเกิดเชื้อราและก็สนิม หลีกเลี่ยงการจอดใต้ต้นไม้ใหญ่เนื่องจากกิ่งหรือยางไม้บางทีอาจหักหรือหล่นมาโดนรถยนต์ รวมทั้งการจอดในบริเวณพงหญ้ารวมทั้งจุดทิ้งขยะเพราะมีโอกาสที่หนูจะเข้าไปอาศัยหรือทำรังใต้กระโปรงรถยนต์

7. สตาร์ทรถยนต์เป็นระยะ เนื่องจากว่าการจอดรถยนต์ทิ้งเอาไว้โดยไม่มีการสตาร์ตเครื่องยนต์กลไกเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพรวมทั้งแบตเตอรี่บางทีอาจหมดได้ เพราะว่าระบบของรถยนต์ อย่างเช่น ระบบกันขโมย วิทยุ กล่องควบคุมอีเลคโทรนิค ยังคงดึงไฟจากแบตเตอรี่อยู่เสมอเวลาหากแม้ในขณะที่ไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ก็ตาม ความถี่ขึ้นอยู่กับความสบายแล้วก็สภาพของรถยนต์แต่ละคัน ตั้งแต่ทุก 2 วัน ไปจนกระทั่งทุก 2 สัปดาห์ ประมาณ 15 นาที รวมทั้งหากเป็นไปได้ควรที่จะนำรถยนต์ออกไปขับประมาณ 15–30 นาที เพื่อชาร์จไฟคืน พร้อมด้วยช่วยทำให้เครื่องยนต์กลไกแล้วก็ส่วนประกอบต่างๆได้ยืดเส้นยืดสาย ให้ได้รับการหล่อลื่น และควรจะเปิดแอร์ด้วย เพื่อช่วยทำให้ชิ้นส่วนในระบบได้ทำงานบ้าง

8. ขยับรถยนต์เพื่อรักษาสภาพยาง เพราะว่าการจอดรถยนต์คงที่นานๆจะทำให้เกิดการยุบตัวของยางส่วนที่สัมผัสกับพื้น เพราะว่าน้ำหนักของรถยนต์ทั้งสิ้นจะตกไปอยู่ที่จุดเดียวของยางแต่ละเส้น ทำให้ยางโครงยางเสียรูปเสียทรงและไม่กลม

9. ป้องกันไม่ให้สัตว์เข้ารถยนต์ ตามช่อง ซอก แล้วก็รูของรถยนต์ ตัวอย่างเช่น ท่อไอเสีย ช่องลม ฯลฯ เพราะว่านอกเหนือจากจะส่งกลิ่นเหม็นแล้ว สัตว์เหล่านี้บางทีอาจเข้าไปกัดส่วนประกอบต่างๆซึ่งรวมถึงสายไฟได้ ผู้ขับขี่จำเป็นจะต้องหาวิธีเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สัตว์เข้า

แหล่งที่มา bangkokbiznews

ผลกระทบ

ผลกระทบ Covid-19 Ford คาดไตรมาสแรกขาดทุน 1.9

ผลกระทบ Covid-19 Ford คาดไตรมาสแรกขาดทุน 1.9

ผลกระทบ Ford Motor คาดการณ์ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ประสบสภาวะขาดทุน 600 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1.9 ล้านบาท ผลพวงจากยอดจำหน่ายที่ต่ำลงรวมทั้งการหยุดผลิตขึ้นจากไวรัส Covid-19

ยอดจำหน่ายรถยนต์ Ford ในไตรมาสแรกของปี 2020 ต่ำลง 21% เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันของปี 2019 ตอนนี้มีเพียงแต่โรงงานผลิตของบริษัทร่วมหุ้น Ford ในประเทศจีนแค่นั้นที่กลับมาเดินสายการสร้างรถยนต์อีกรอบ ข้างหลังเหตุการณ์การแพร่ระบาดในดินแดนมังกรเริ่มคลี่คลาย

ทิม สโตน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Ford กล่าวว่า “บริษัทฯ เชื่อมั่นว่ายังมีเงินสดมากมายพอเพียงที่จะดำเนินธุรกิจไปจนกระทั่งสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 ของปีนี้โดยที่ไม่ต้องกลับมาผลิตรถยนต์เต็มกำลังหรือต้องมีมาตรการทางการเงินเป็นพิเศษแต่อย่างใด

ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อเมริกันระบุว่าการตัดสินใจกลับมาผลิตอีกทีที่โรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วก็ยุโรปซึ่งปิดกระทำการไปตั้งแต่มีนาคมจะขึ้นกับการปรึกษาหารือร่วมกับสหภาพแรงงานท้องถิ่น ซัพพลายเออร์ ผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งทุกฝ่ายที่เกี่ยวเนื่อง โดยพิจารณาถึงความปลอดภัยแล้วก็สุขภาพสูงสุด

สำหรับยอดจำหน่ายของ Ford ในอเมริกาซึ่งทำกำไรได้สูงจากวิธีขายรถปิคอัพรวมทั้งรถยนต์เอสยูวีปรับตัวลดลง 12.5% ในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีกลายหน้า

ประธานของ Ford มั่นใจว่าเมื่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 คลี่คลาย ภาครัฐควรจะมีแนวนโยบายส่งเสริมรวมทั้งเกื้อหนุนความมั่นใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าให้กลับมาเหมือนเดิม

แหล่งที่มา autostation

ต้นทุนสูง Honda เตรียมเลิกใช้ระบบกล้องจับภาพด้านข้าง

ต้นทุนสูง

ต้นทุนสูง Honda เตรียมเลิกใช้ระบบกล้องจับภาพด้านข้าง

ต้นทุนสูง การทำงานของ Honda LaneWatch อาศัยกล้องจับภาพที่ติดตั้งอยู่ที่กระจกมองข้างฝั่งผู้โดยสารซึ่งจะถ่ายทอดภาพวีดีโอขึ้นบนหน้าจอภายในห้องโดยสาร ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นยานพาหนะคันอื่น อย่างรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ที่อาจอยู่ในมุมอับสายตา ระบบนี้ยังทำงานได้ดีภายใต้สภาพอากาศที่ย่ำแย่

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าระบบ Honda LaneWatch จะให้คุณประโยชน์สูง แต่แรกเริ่มทุนเป็นอุปสรรคสำคัญที่อาจจะส่งผลให้ ต้นทุนสูงHonda ตัดสินใจยกเลิกใช้งานระบบนี้แล้วแทนที่ด้วยระบบตรวจจับมุมอับสายตาหรือ blind spot monitoring แทน

ลักษณะเด่นของ blind spot monitoring เป็นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กล้องถ่ายภาพที่มีต้นทุนสูง แต่ว่าใช้เพียงแต่เซ็นเซอร์แล้วก็เครื่องไม้เครื่องมืออิเลคโทรนิคซึ่งสามารถตรวจหาก่อนส่งสัญญาณแจ้งเตือนอีกทั้งภาพรวมทั้งเสียงให้คนขับขี่รับทราบได้ว่ามีเครื่องกีดขวางอยู่ข้างๆ

รถยนต์ Honda ที่ทำตลาดบ้านพวกเรายังคงใช้ Honda LaneWatch อยู่ แต่ว่า Honda ในอเมริกาเหนือเริ่มถอดระบบนี้ออกไปแล้ว อย่าง Insight แบบใหม่ที่เปิดตัวในอเมริการวมทั้งประเทศญี่ปุ่นไม่มีระบบ LaneWatch แล้ว แล้วก็มีระบบระเบียบตรวจหามุมอับสายตาแทน

ขณะเดียวกันรถยนต์ซีดานขนาดกลางอย่าง Honda Accord รวมทั้ง Odyssey สเปกประเทศญี่ปุ่นก็มีระบบระเบียบตรวจหาสายตาอย่างเดียวกัน โดยไม่มีระบบ LaneWatch

แหล่งที่มา autostation

สมรรถนะดี Audi R8 Coupe 2017

สมรรถนะดี

สมรรถนะดี Audi R8 Coupe 2017

สมรรถนะดี แรงดีไม่มีตกคว้าตำแหน่งรถสมรรถนะยอดเยี่ยม World Performance Car 2016 กลับมาครองได้อีกเป็นครั้งที่ 3

Audi R8 ชื่อนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเพราะตั้งแต่โฉมแรกที่เปิดตัวในปี 2008 ก็สามารถ

กวาดรางวัลจาก World Car Awards ได้ทันทีในปีนั้นถึง 2 รางวัลรวดทั้ง World Car Design of the Year และ World

Performance Car สำหรับ Audi R8 เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.2 ลิตร FSI Quattro ก่อนที่จะเปิดตัวรุ่นเครื่องยนต์ V10

ขนาด 5.2 ลิตร FSI Quattro ตามออกมาในปี 2010 ซึ่งก็คว้ารางวัล World Performance Car 2010 มาครองอีกจนได้

ล่าสุด Audi R8 2017 ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 2 เพิ่งเปิดตัวในงาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ไปเมื่อปีที่แล้ว ก็ได้รับการเสนอชื่อเป็นหนึ่งในรถยนต์ทั้งหมด 9 รุ่น เพื่อชิงตำแหน่งรถสมรรถนะยอดเยี่ยม ประจำปี 2016 หรือ World Performance Car 2016 อีกครั้งจนผ่านเข้ารอบมาถึง 3 คัน สุดท้ายพร้อมกับ Mercedes-AMG C63 Coupe เพื่อนร่วมชาติและ Honda Civic Type R ฮอตแฮทช์สุดแสบที่ต้องปรบมือให้กับสมรรรถนะที่ดุเด็ดเผ็ดร้อนเกินตัว

แต่ผลการโหวตโดยคณะกรรมการที่เป็นสื่อยานยนต์จากทั่วโลกของ World Car Awards ต่างก็เทคะแนนให้กับ Audi R8 Coupe ใหม่ มากที่สุด เพราะดีไซน์ที่โดดเด่นและการขับขี่ที่คล่องแคล่วใกล้เคียงกับรถแข่งมาก ซึ่ง Audi R8 ถือเป็นไพ่ใบสำคัญที่แข็งแกร่งและเป็นรถสปอร์ตรุ่นเรือธงของ Audi หลังจากที่โฉมแรกได้สร้างชื่อเสียงไว้อย่างงดงามสำหรับการบุกเข้าไปยืนในพื้นที่ของซูเปอร์คาร์ และ Audi R8 รุ่นที่ 2 นี้เปรียบเสมือนการสานต่อความสำเร็จรวมถึงเสริมกลยุทธ์ในกลุ่มรถสปอร์ตทั้งหมดของ Audi อีกด้วย

ทั้งนี้สำหรับความเห็นจากเหล่าคณะกรรมการตัดสินของ World Car Awards ที่มีต่อ Audi R8 Coupe ใหม่นี้ระบุว่า “การเข้าร่วมการแข่งขันเลอมังส์ของ Audi น่าจะเป็นทั้งแรงปรารถนาและแรงบันดาลใจในการสร้าง R8 ให้เกิดขึ้นในโลกของซูเปอร์คาร์ และตอนนี้ Audi R8 Coupe รุ่นล่าสุดก็สามารถคว้ารางวัล World Performance Car 2016 ได้สำเร็จท่ามกลางรถสมรรถนะสูงอื่น ๆ มากมายทั้งจากฝั่งอเมริกา เอเชีย รวมถึงยุโรปด้วยกันเอง นอกเหนือจากนี้แล้ว Audi R8 ยังเป็นรถที่มีความเป็นรถแข่งและเทคโนโลยีทันสมัยอยู่ในตัวซึ่งทำให้มีการบังคับควบคุมที่ง่ายจนน่าแปลกใจไม่ว่าจะขับด้วยความเร็วสูงหรือวิ่งเล่นแบบช้า ๆ ก็ตาม”

แหล่งที่มา car.kapook

เตรียมเปิดตัวในญี่ปุ่น

เตรียมเปิดตัวในญี่ปุ่น new Honda N-WGN 2019

เตรียมเปิดตัวในญี่ปุ่น new Honda N-WGN 2019

เตรียมเปิดตัวในญี่ปุ่น Honda ญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัว All-new Honda N-WGN 2019 เจเนอเรชั่นที่ 2 เคคาร์ในตระกูล N-Series แทนที่โฉมปัจจุบันซึ่งทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งครั้งนี้ Honda ทำให้กล่องจิ๋วติดล้อดูคลาสสิกด้วยทรีตเมนต์ที่ชวนให้นึกถึง Honda N360 Van เคคาร์รุ่นบุกเบิก

ค่อนข้างเป็นเรื่องยากและท้าทายที่จะทำให้สินค้ารูปแบบเดิม ๆ ดูน่าสนใจ แตกต่างและไม่น่าเบื่อภายใต้พื้นที่จำกัด ขนาดยาวไม่เกิน 3.4 เมตร กว้าง 1.48 เมตร สูงไม่เกิน 2 เมตร มีเพียงไอเดียเท่านั้นที่เปิดกว้างสำหรับ Kei Car ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้กล่องสี่เหลี่ยมติดล้อนั้นเป็นความมหัศจรรย์ขนาดที่ไทยเองไม่มีจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่หลายคนก็ยังชื่นชอบ

ฮอนด้า ทำอย่างไรให้ All-new Honda N-WGN 2019 มีดีไซน์ชวนมองภายใต้ทรง 2 กล่องที่ไม่ต่างไปจากเดิม ซึ่งครั้งนี้ได้นำเอาทรีตเมนต์ของ Honda N360 Van มาเล่นอีกครั้ง อย่างองค์ประกอบด้านหน้าที่โคมไฟทรงกลมไม่อยู่ในระนาบเดียวกับกระจังหน้า ส่วนไฟท้ายแนวตั้ง ดีเทลต่าง ๆ ก็มาในสไตล์มินิมอลเหมือนครั้งอดีต

หากเป็น All-new Honda N-WGN Custom 2019 ก็จะได้เครื่องหน้าใหม่ ไฟกรอบเหลี่ยม ให้คาแรกเตอร์ทันสมัยขึ้น โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนส่วนประกอบแวดล้อม เช่น ฝากระโปรง แก้มบังโคลนข้างเลยแม้แต่น้อย นี่คือลีลาและวิธีคิดในแบบญี่ปุ่น เพื่อให้สินค้าดูหลากหลาย มีเอกลักษณ์เฉพาะบนความซ้ำเดิม

นอกเหนือจากนี้ All-new Honda N-WGN Custom 2019 ยังคงเหมือนรถ Kei Car ทรงกล่องแบรนด์คู่แข่งอื่น ๆ คือการใช้พื้นที่อันจำกัดอย่างไรให้อเนกประสงค์มากที่สุด กับการเลือกใช้โทนสีและวัสดุ จริง ๆ แล้ว ถ้าสังเกตแนวคิดหลักของ Kei Car ก็มีอยู่แค่นี้

อย่างสีตัวถัง All-new Honda N-WGN 2019 จะมีสีตัวถังภายนอกให้เลือก 9 สี และเพิ่มทางเลือกทูโทนไปได้อีก 4 คู่สี ขณะที่ All-new Honda N-WGN Custom 2019 มี 7 สี ทูโทน 4 สี แต่การจับคู่สี ก็ต่างไปจาก All-new Honda N-WGN 2019 เป็นลูกเล่นที่ง่ายได้ผลลัพธ์ โดยไม่ต้องยุ่งกับโครงสร้างเลย

ส่วนขุมพลังทาง Honda ยังไม่ได้เปิดเผย แต่อย่างไรก็ต้องเป็นเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิด 660 ซี.ซี. ให้กำลังสูงสุดไม่เกิน 63 แรงม้า พอดีใช้ ประหยัดพลังงาน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ที่เหลือก็เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ให้ Honda SENSING เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน (แต่ไม่ทุกรุ่นย่อย), ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน ขับตามรถคันหน้าได้ด้วย, มีฟังก์ชัน Auto Brake Hold รถจะหยุดโดยไม่ขยับ เมื่อยกเท้าออกจากเบรก และปลดเมื่อเหยียบคันเร่ง เป็นต้น

ทั้งนี้ All-new Honda N-WGN 2019 มีกำหนดเปิดตัวในญี่ปุ่น ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2562 ราคาจำหน่ายก็คงไม่ต่างจาก Honda N-WGN รุ่นปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้เริ่มต้นที่ 1,090,000 เยน หรือราว 3.15 แสนบาท

แหล่งที่มา car.kapook

เดินเครื่องพัฒนา

เดินเครื่องพัฒนา การมอบรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2561

เดินเครื่องพัฒนา การมอบรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2561

เดินเครื่องพัฒนา THAILAND CAR OF THE YEAR 2018

ผู้รายงานข่าวรถยนต์และก็รถจักรยานยนต์ไทย” (สรยท.) ได้จัดงานประกาศผลอย่างเป็นทางการตอนวันที่ 19 พฤศจิกายน ก่อนหน้าที่ผ่านมาในTHE HALLS BANGKOK วิภาวดีรังสิต 64 โดยมีแขกผู้มีเกียรติแล้วก็ตัวแทนจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ พร้อมสื่อมวลชนร่วมงานเป็นสักขีพยานกันอย่างเนืองแน่น

นายภูวนาถ เผ่าจินดา นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และก็รถเครื่องไทย กล่าวมาว่า หลังจากที่ คณะกรรมการชมรมฯ คณะกรรมการตัดสินรางวัล รวมทั้งคณะกรรมการสักขีพยาน ได้ทำตรวจสอบและนับผลคะแนนจากซองคะแนนทั้ง 54 ซองของคณะกรรมการ “รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2561” ซึ่งสมาคมฯ ได้เชิญมาทดลองรวมทั้งให้แต้มรถยนต์ที่เข้ารอบท้ายที่สุดหรือ FINALIST ทั้ง 6 รุ่น เมื่อวันที่ 16 เดือนพฤศจิกายน 2561ในสนามมอเตอร์สปอร์ตพาร์ค สุวรรณภูมิ รวมทั้งได้เก็บคะแนน

ผลปรากฎว่า
“โตโยต้า ซี-เอชอาร์” (TOYOTA C-HR) ได้คะแนนรวม 382 คะแนน
“มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 (MAZDA CX-5) 307 คะแนน
“ซูซูกิ สวิฟท์” (SUZUKI SWIFT) 260 คะแนน
“มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์” (MITSUBISHI XPANDER) 141 คะแนน
“เอ็มจี แซดเอส” (MG ZS) 136 คะแนน และก็
“นิสสัน เทอร์ร่า” (NISSAN TERRA) 130 คะแนน

ภายใต้หัวข้อที่เป็นแถวทางการพิจารณา สำหรับให้คณะกรรมการประเมินให้แต้ม เป็นต้นว่า การออกแบบ การควบคุม ความสบายสบาย ความสามารถ ความปลอดภัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ของใหม่เทคโนโลยี ราคา ความคุ้มราคา รวมทั้งด้านสภาพแวดล้อม สุดท้ายพวกเราก็ได้ โตโยต้า ซี-เอชอาร์ ในฐานะผู้ได้รับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2018 อย่างสมศักดิ์ศรีตามมาตรฐานการวินิจฉัยระดับสากล ระหว่างที่อีก 5 คันนับว่าเป็นรถยนต์ที่ได้รับรางวัลเข้ารอบท้ายที่สุดรายปี 2561 หรือ FINALIST อย่างมีเกียรติ

ในงานมอบรางวัลดังที่กล่าวถึงแล้ว นายกชมรมฯ ได้มอบโล่รางวัลเกียรติยศให้แก่ตัวแทนที่เข้ารอบท้ายที่สุดอีกทั้ง 6 บริษัท พร้อมกับการมอบถ้วยรางวัลอันมีเกียรติ รถยนต์เยี่ยมยอดรายปี 2561 (THAILAND CAR OF THE YEAR 2018) ให้แก่ นายความรอบรู้ โพธิ ผู้อำนวยการข้างประชาสัมพันธ์และกิจกรรมสังคม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

สำหรับโครงการมอบรางวัล รถยนต์ดีที่สุดรายปี (THAILAND CAR OF THE YEAR) จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้มีการปรับปรุงก้าวหน้า ไปในระดับสากลมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริโภคที่จะใช้ประโยชน์เป็นข้อมูลต่อการตัดสินใจซื้อตั้งแต่การเลือกความสามารถ, ความสบายสบาย, การออกแบบ, ความปลอดภัย, การรักษาสภาพแวดล้อม และก็ที่สำคัญที่สุดคือความคุณค่าของรถยนต์และก็ความคุ้มค่าของราคาได้อีกด้วย

แหล่งที่มา khaosod

รถยนต์ทุกยี่ห้อ

รถยนต์ทุกยี่ห้อ เพิ่มมาตรฐานการดูแลและรักษาความสะอาดผ่านการเช็ดพื้น

รถยนต์ทุกยี่ห้อ เพิ่มมาตรฐานการดูแลและรักษาความสะอาดผ่านการเช็ดพื้น

รถยนต์ทุกยี่ห้อ นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 เอ็มจี มีโครงการเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกค้า โดยให้บริการรักษาความสะอาดรวมทั้งฆ่าเชื้อโรคด้านในรถยนต์ให้กับลูกค้าเอ็มจี ฟรี

และก็ยังให้บริการฟรี สำหรับในการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งค่าบริการนอกสถานที่ สำหรับลูกค้าเอ็มจีที่นัดหมายใช้บริการผ่านโมบายเซอร์วิส ในระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายสำหรับในการทะนุบำรุง 1,000 บาทขึ้นไป นอกจากนี้ยังเปิดรับบริการสำหรับลูกค้ารถยนต์อื่นๆทุกคัน ทุกยี่ห้อด้วยเช่นกัน โดยจะลดค่าสำหรับบริการให้ 50% โดยสามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายและก็ศูนย์บริกา 125 ที่ทั่วประเทศ หรือผ่านบริการ Mobile Service ภายในวันที่ 30 เดือนเมษายน

นายพงษ์ศักดิ์กล่าว่าปัจจุบันศูนย์บริการและก็โชว์รูมเอ็มจีทั้ง 125 ที่ทั่วประเทศยังเปิดให้บริการตามปกติ เพิ่มมาตรการอย่างเต็มขั้น เพื่อป้องกันและก็ลดความกังวลในการ รับบริการของลูกค้า โดยเมื่อลูกค้าติดต่อนัดหมายผ่าน MG Call Centre 1267 เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ลูกค้าสวมใส่หน้ากากอนามัย ในวันที่นำรถยนต์เข้ารับบริการ

เมื่อลูกค้าเดินทางถึงศูนย์บริการ จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจคัดเลือกกรองพื้นฐาน รวมทั้งตอบแบบสอบถามการเสี่ยงสำหรับเพื่อการสัมผัสโรค เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลอ้างอิง

เจ้าหน้าที่รับรถยนต์จะเช็คทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนปฏิบัติการ โดยจะชำระล้างในจุดที่จำต้องสัมผัสกับรถยนต์ลูกค้า ดังเช่น มือเปิดประตู พวงมาลัย และก็คันเกียร์ เป็นต้น โดยเจ้าหน้าที่จะใส่หน้ากากอนามัยแล้วก็ถุงมืออนามัยตลอดการปฏิบัติงานตั้งแต่ขั้นตอนการรับรถยนต์ การดูแลและก็ซ่อมบำรุงรักษา จนกระทั่งการส่งรถยนต์ โดยเจ้าหน้าที่จะใส่หน้ากากและก็ถุงมืออนามัยตลอดเวลาสำหรับเพื่อการให้บริการ และก็รักษาระยะห่างกับลูกค้าประมาณ 2 เมตร

เพิ่มมาตรฐานการรักษาความสะอาดผ่านการเช็ดพื้น ทำความสะอาดที่จับประตู ประตู เก้าอี้ แล้วก็โต๊ะยืนยันลูกค้าด้านในศูนย์บริการฯ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุก 30 นาที และก็มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆพร้อมกำหนด จุดที่นั่งสำหรับลูกค้าในห้องรับรองลูกค้า

แหล่งที่มา bangkokbiznews

ขายรถยนต์มือสอง

ขายรถยนต์มือสอง HONDA City 1.5V AIRBAG

ขายรถยนต์มือสอง HONDA City 1.5V AIRBAG

ขายรถยนต์มือสอง รายละเอียดดังนี้

ยี่ห้อ : HONDA
รุ่น : City 1.5V AIRBAG
เกียร์ : AUTO
สี : ดำ
ปี : 2011
เชื้อเพลิง : เบนซิน
ราคา (บาท) : 279,000.-
ยอดจัดไฟแนนซ์ (บาท) : จัดได้เต็ม
เงินดาวน์ (บาท) : ออกรถได้ 0 บาท

การผ่อนชำระ (โดยประมาณ) :
48 งวด :
60 งวด :
72 งวด : 5,xxx.-

วัสดุอุปกรณ์ :
✅ พวงมาลัยพาวเวอร์
✅ มี FM USB MP3
✅ มีเซ็นทรัลล็อก กุญแจรีโมท1ชุด
✅ กระจกปรับ-พับไฟฟ้า
✅ กระจกไฟฟ้าคู่หน้า-คู่หลัง
✅ รถมือเดียว วิ่งน้อย ไมล์เพียงแค่ 112,xxx กิโลเมตร
✅ รับรองคุณภาพ รถยนต์สวยสภาพป้ายแดง
✅ มีวารันตีหลังการขาย

ข้อมูลรถยนต์ :
เล่มทะเบียนไม่ชำรุดสูญหาย ไม่เคยเจออุบัติเหตุหนัก ไม่เคยพลิกคว่ำ ไม่เคยจมน้ำ ไม่ผ่านการตัดต่อรถยนต์ ไม่เคยกลับสีรถยนต์ ไม่เคยเปลี่ยนเครื่องยนต์

บริษัท ป.รุ่งเรือง ออโต้
ศูนย์รวมรถยนต์มือสองคุณภาพดี

แหล่งที่มา prrauto

จองในญี่ปุ่น

จองในญี่ปุ่น 2020 Honda Jazz

จองในญี่ปุ่น 2020 Honda Jazz

จองในญี่ปุ่น Honda Motor ประกาศยอดจองรถซับคอมแพ็กต์รุ่นยอดฮิต 2020 Honda Fit หรือ Jazz เจนเนอเรชั่นใหม่พุ่งทะลุเป้าหมายอย่างน่าพึงพอใจในประเทศญี่ปุ่น

หลังจากออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการในดินแดนอาทิตย์อุทัยเมื่อก.พ.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา Fit แบบใหม่ปัดกวาดยอดจองได้มากกว่า 31,000 คัน เหนือกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 10,000 คันไปกว่า 3 เท่าตัว โดยรุ่นไฮบริด e:HEV ได้รับความนิยมสูงสุด

สัดส่วนยอดขายของ Fit ใหม่แบ่งตามรุ่นย่อยได้ดังนี้ รุ่น Basic 19% รุ่น Home 47% รุ่น Ness: 6% รุ่น Crosstar 14% และก็รุ่น Luxe 14%

All-New Fit หรือ Jazz ใหม่เจนเนอเรชั่นที่ 4 เปิดตัวสู่สาธารณชนครั้งแรกที่งาน 2019 โตเกียว มอเตอร์โชว์ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว มาพร้อมรูปทรงน่ารัก และภายในห้องโดยสารแบบมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้จึงไม่น่าแปลกใจที่จะกวาดยอดจองถล่มทลายเช่นนั้น

อย่างไรก็ตาม ดีไซน์เช่นนี้อาจจะไม่ถูกใจลูกค้าชาวไทยเพราะ Honda ตัดสินใจว่าจะไม่จัดจำหน่าย Jazz เวอร์ชั่นนี้ในบ้านเรา

มีรายงานว่า Jazz จะถูกแทนที่ด้วย City Hatchback ที่ถอดแบบหน้าตามาจาก City รุ่นสแตนดาร์ดซีดาน แต่ถูกตัดท้ายแล้วก็เติมประตูเข้าไปอีก 1 บาน หน้าตาโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นตอบสนองความต้องการของคอรถยนต์ในประเทศไทย

เครื่องยนต์จะใช้รุ่นเบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 12 วาล์ว มาพร้อมเทอร์โบชาร์จ มอบพละกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที

แหล่งที่มา autostation

การเปิดตัว

การเปิดตัว Suzuki Australia Suzuki Swift Sport Series II 2020

การเปิดตัว Suzuki Australia Suzuki Swift Sport Series II 2020

การเปิดตัว อย่างไรก็ตาม แบรนด์ดังของประเทศญี่ปุ่นอย่าง Suzuki (ซูซูกิ) เผยว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆกับระบบเครื่องยนต์ภายใต้ฝากระโปรงหน้าแน่นอน นั่นเท่ากับว่าระบบขับเคลื่อนของ Suzuki Swift Sport Series II จะยังเป็น เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.4 ลิตร 4 สูบเทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุด 138 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ทว่า Suzuki Swift Sport Series II 2020 จะมีการปรับในเรื่องของความปลอดภัยขั้นสูง และการตรวจสอบจุดบอดของระบบแจ้งเตือนทางด้านหลัง รวมถึงระบบกระจกมองข้างที่มีเครื่องทำความร้อนลดการเกิดฝ้า ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ช่วยเพิ่มการมองเห็นภายนอกของผู้ขับขี่ และถือเป็นจุดเด่นของรถยนต์ที่ราคาไม่สูงแบบนี้

ไมเคิล ปาโชตา ผู้จัดการทั่วไปของ Suzuki Australia เผยว่า “การเปิดตัว Swift Sport Series II ถือเป็นวิวัฒนาการที่สำคัญที่จะช่วยเปิดประสบการณ์การขับขี่ ด้วยคุณสมบัติเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ และตัวเลือกสีใหม่ที่โดดเด่นน่าจะทำให้ลูกค้าประทับใจ เรามีความยินดีที่จะนำเสนอการปรับแต่งเหล่านี้เพื่อช่วยยกระดับให้กับลูกค้าของเรา”

โดยสีใหม่ที่ ปาโชตา กล่าวก็คือ สีส้มที่จะถูกนำมาใช้กับรุ่น Series II โดยจะมาพร้อมกับสปอยเลอร์ด้านหน้าสีดำ, หลังคาสีดำตัดกับตัวสีรถ รวมถึงชุดแต่งแนวสปอร์ต และชุดล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว มีซี่ล้อด้านในสีดำเหมือนแต่ก่อน

สำหรับ Suzuki Swift Sport Series II 2020 จะวางตลาดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้ แต่ราคาจำหน่ายยังไม่ได้รับการยืนยัน นอกจากนี้ทางค่ายเผยว่าจะมีการประกาศเกี่ยวกับรุ่น GL และ GLX ในอนาคต

แหล่งที่มา sanook