ค่ายรถสัญชาติฝรั่งเศส

ค่ายรถสัญชาติฝรั่งเศส Bugatti หยุดชะงัก

ค่ายรถสัญชาติฝรั่งเศส Bugatti หยุดชะงัก

ค่ายรถสัญชาติฝรั่งเศส ยังคงพัฒนาแบบจำลอง Chiron รวมทั้ง Divo อย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุดยั้ง เพราะเหตุว่าวิศวกรหอบงานพวกนั้นกลับมาทำที่บ้านช่วง Work From Home ด้วย

Lars Fischer หัวหน้าฝ่ายทดลองแชสซีส์รวมทั้งแอปพลิเคชั่นของ Bugatti ยังคงดำเนินงานเพื่อ Chiron แล้วก็ Divo ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ถึงแม้หลายคนจะคิดไม่ถึงว่าบริบทของงานเขาจะยากต่อการนำกลับมาทำที่บ้านเสียเหลือเกิน

เขายอมรับว่ามันมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปมากมาย ได้แก่ บางที่ไม่อาจจะนำรถยนต์ไปทดลองบนพื้นที่จริงได้ เขาก็จะใช้แบบจำลองการคำนวณทำงานอยู่ที่บ้านผ่านกระบวนการทางดิจิทัลที่ทันสมัย การเปลี่ยนแปลงอีกประการหนึ่งคือ จะไม่มีวิศวกรสองคนนั่งอยู่ในการพัฒนาโมเดล Chiron และก็ Divo

โดยทั่วไป พวกเราชอบมีวิศวกรสองผู้ที่ขับขี่รถเพื่อทดลอง เพื่อการทดลองสามารถขับได้ตามรายการตรวจดูที่ตั้งไว้ รวมทั้งสามารถบันทึกข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ได้แบบเรียลไทม์ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม วิศวกรของ Bugatti ก็ยังทำหน้าที่ได้ดีแม้ว่าจะอยู่ในตอน Work From Home ก็ตาม

แหล่งที่มา sanook

เผยข้อมูลอัพเดท

เผยข้อมูลอัพเดท ก่อนเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เผยข้อมูลอัพเดท ก่อนเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า 

เผยข้อมูลอัพเดท BMW 4 Series Gran Coupe 2021 ภายใต้ภาพเรนเดอร์ความสามารถของ Zer.o.wt โดยใช้ BMW Concept i4 เป็นจุดเริ่ม แต่ว่ามีความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง i4 มีกันชนที่ไม่ซ้ำใคร พร้อมช่องสำหรับเพื่อระบายอากาศข้างหน้าและไม่มีท่อไอเสียที่ด้านหลัง

สำหรับ BMW 4 Series Gran Coupe 2021 คันนี้นั้น มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับ i4 เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ มาพร้อมกับกระจังหน้าไตคู่สุดสะดุดตาตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ผสมผสานกับด้านหน้าของรถยนต์ได้อย่างกลมกลืน แม้ว่าจะไม่ถูกใจสาวก BMW สักเท่าไหร่

นอกเหนือจากนั้น BMW 4 Series Gran Coupe 2021 จะเสนอกลุ่มเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ และก็ 6 สูบเทอร์โบชาร์จเจอร์ แล้วก็เครื่องยนต์กลไกน้ำมันดีเซลไฮบริด รวมทั้งนอกจากนั้นยังมีกระแสข่าวลือว่า BMW มีแผนสำหรับการที่จะเปิดตัว M4 Gran Coupe เป็นครั้งแรกอีกด้วย

แหล่งที่มา sanook

คงความเเป็นหนึ่ง

คงความเเป็นหนึ่ง Porsche Taycan ครอบครองรางวัลใหญ่จากเวทีระดับนานาชาติ WCOTY 2020

คงความเเป็นหนึ่ง Porsche Taycan ครอบครองรางวัลใหญ่จากเวทีระดับนานาชาติ WCOTY 2020

คงความเเป็นหนึ่ง สุดยิ่งใหญ่มาก โดยในปีนี้ Porsche Taycan สามารถเอารางวัลมาได้ถึง 2 ประเภท ดังเช่นว่า รางวัล World Luxury Car แล้วก็รางวัล World Performance Car of the Year ซึ่งรางวัล World Performance นั้น Porsche ครอบครอง 3 อันดับแรกในสาขานี้ ประกอบด้วย Porsche 911 และก็ Porsche 718 Spyder/Cayman GT4 ยิ่งไปกว่านั้น รถยนต์สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ 100% คันแรกของ Porsche คันนี้ ยังสามารถคว้ารางวัลชนะในจำพวก World Luxury Car อีกด้วย

คณะกรรมการสื่อมวลชนสายยานยนต์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติทั้ง 86 ราย ร่วมคัดเลือกและตัดสินจากรถยนต์รุ่นใหม่กว่า 50 คัน ยนตรกรรมที่ได้รับชัยชนะจะได้รับการประกาศในระหว่างงานถ่ายทอดสดการประชุมออนไลน์ โดยการบริหารจัดการของผู้จัดงาน WCOTY

Michael Steiner สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ผู้กำกับดูแลส่วนงานวิจัยและพัฒนา กล่าวหลังรับรางวัลว่า “การคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาได้ถึง 2 ประเภท นั่นเครื่องยืนยันต่อความมุ่งมั่นทุ่มเทของเรา เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จในการพัฒนา Porsche Taycan ที่เราต้องการสร้างสรรค์ยานพาหนะที่มุ่งเน้นไปยังผู้ขับขี่เป็นหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รถยนต์สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าของพวกเราสามารถเป็นทั้งยังยานพาหนะความสามารถสูง พร้อมกันกับคุณประโยชน์อันเหนือชั้น พวกเรายินดีเป็นอย่างมากที่ WCOTY ตัดสินใจมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ตอบแทนความพยายามของพวกเรา”

สำหรับผลการตัดสินรางวัลชนะ World Car of the Year ในปีนี้ นับเป็นเยี่ยมความสำเร็จสม่ำเสมอที่ได้รับมายาวนาน ก่อนหน้า Porsche Taycan เป็นความสำเร็จของ The New Porsche 911 ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปีที่แล้ว รถยนต์สปอร์ตระดับตำนานรุ่นดังกล่าว สามารถคว้ารางวัลระดับสากลได้กว่า 40 รางวัลจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในตลาดภูมิภาคต่างๆทั้ง เยอรมนี, ประเทศสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร แล้วก็จีน ในส่วนของ Porsche Taycan ก็ได้รับรางวัลมากมายอาทิเช่น เดียวกัน เช่น

– Car of the Year: Top Gear Magazine (สหราชอาณาจักร)
– Game Changer of the Year: Top Gear Magazine (สหราชอาณาจักร)
– The China Green Car of the Year: Chinese Car of the Year (CCOTY)
– German Car of the Year: German Car of the Year (GCOTY)

ส่วน Porsche 911 ได้รับรางวัลชนะถึง 2 รางวัลจาก Motor und Sport Magazine (เยอรมนี) ในสาขา Readers’ Choice for Best Cars จากชนิดรถยนต์ 2 ประตู Coupé รวมทั้งรถยนต์เปิดประทุน Cabriolet นอกเหนือจากนั้นยังได้ รับรางวัลอื่นๆดังนี้

– Auto Trophy: Readers’ Choice of the Auto Zeitung Magazine (เยอรมนี)
– Best Performance Car of the Year: Auto Express Magazine (สหราชอาณาจักร)
– Best Driver’s Cars: Motor Trend Magazine (อเมริกา)
– The China Performance Car of the Year: Chinese Car of the Year (CCOTY)

Oliver Blume ประธานกรรมการบริหาร ของ Porsche AG ได้พูดถึงรางวัลที่ Porsche 911 ได้รับว่า “Porsche 911 เป็นรถยนต์สปอร์ตที่นำพาพวกเราอยู่บนทางที่ความสำเร็จมาตลอดระยะเวลาเกือบจะ 60 ปี ด้วยเหตุผลต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานดีไซน์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณลักษณะโดดเด่นส่วนตัว เมื่อใดก็ตามที่มีเด็กสักคนวาดภาพรถยนต์สปอร์ตในดวงใจของเขาออกมาชอบเป็นรูปทรงของ Porsche 911 อยู่เป็นประจำ พวกเรายังคงตั้งใจที่จะปรับปรุงเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างไม่หยุดยั้ง เอกลักษณ์ของขุมพลังเครื่องยนต์กลไกวางหลัง และก็สวิตช์กุญแจที่อยู่ในตำแหน่งตรงกันข้ามกับเกียร์เสมอ คือตัวตนที่จริงจริงของ Porsche 911 เช่นเดียวกับการที่มันเป็นมาตรฐานอันยิ่งใหญ่ให้แก่รถยนต์สปอร์ตทุกคันที่ยากจะหาข้อเปรียบเทียบ”

แหล่งที่มา sanook

แต่งหล่อรอบคัน

แต่งหล่อรอบคัน ซิ่งเปลี่ยนลุค Tesla Model 3

แต่งหล่อรอบคัน ซิ่งเปลี่ยนลุค Tesla Model 3

แต่งหล่อรอบคัน อย่างที่ทุกคนทราบกันว่า ภาพลักษณ์เดิมของรถยนต์ ไฟฟ้าหลายๆรุ่นนั้นค่อนข้างมีความสุขุม นิ่งๆไม่หวือหวา แต่ทว่าสำหรับ Tesla Model 3 Performance เวอร์ชั่นจาก RevoZport ตอนนี้จัดหนักไม่น้อยกับชุดแต่งรอบคันอย่าง Model 3R Evo

ไม่ว่าจะเป็นสเกิร์ตที่ติดตั้งรอบคัน ดิฟฟิวเซอร์ด้านท้ายรถยนต์ ตัวถังด้านข้างขยายมากขึ้นทั้ง 4 ซุ้มล้อ ซึ่งใช้วัสดุคาร์บอนน้ำหนักเบา ขณะที่ฝากระโปรงหน้ารวมทั้งข้างหลังก็ดูขึงขังเอาการ ส่วนด้านล่างใช้ล้อ forged ที่รัดด้วยยาง Michelin Pilot Super Sport แข็งแกร่งทนทาน และก็น้ำหนักเบา

มาถึงเรื่องขุมพลังกันบ้าง กับการเพิ่มเติมมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 1 ตัว ซึ่งพอมี 2 ตัวก็จะสามารถทำอัตรารีบ 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลา 3.5 วินาที รวมทั้งสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง บอกเลยว่ารถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 Performance รุ่นพิเศษนี้ซิ่งขาดใจอย่างแน่แท้

แหล่งที่มา sanook

โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์

โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19

โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19

โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ สำนักข่าว Reuters แถลงการณ์ว่ายอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Tesla ในตลาด แดนมังกร เพิ่มขึ้นจาก 2,314 คันในเดือนกุมภาพันธ์ไปเป็น 12,709 คันในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หรือเท่ากับมีอัตราการเติบโตก้าวกระโดดถึง 450% เมื่อเทียบกันเดือนต่อเดือน

ตัวเลขดังกล่าวยิ่งทวีความน่าประทับใจมากขึ้นไปอีกเมื่อดูจากยอดขายรถยนต์ใหม่ในจีนที่ลดลงจาก 2.52 ล้านคันในเดือนมีนาคมปีที่แล้วเหลือเพียง 1.43 ล้านคันในเดือนมีนาคมของปีนี้ หรือหดตัว 43.4% แต่ ยอดขายรถยนต์ Tesla กลับเติบโตสวนทางอย่างไม่เห็นฝุ่น

กิกะแฟคตอรี่ของ Tesla ในนครเซี่ยงไฮ้เปิดทำการจนถึงปลายเดือนเดือนมกราคม ก่อนจะถูกหน่วยงานภาครัฐสั่งปิดสายการผลิตชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19 และกลับมาผลิตอีกครั้งได้ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์

Tesla ยังเพิ่งประกาศว่าจะเริ่มสายการผลิตรถพลังงานไฟฟ้ารุ่นเล็กที่มีระยะทางขับเคลื่อนไกลขึ้นและรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง Model 3 Long Range RWD และ Model 3 Performance ตามลำดับที่โรงงานในนครเซี่ยงไฮ้ ก่อนจะเร่งส่งมอบให้ลูกค้าทันที

มีการคาดการณ์ว่ายอดขายรถ Model 3 ในประเทศจีนจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเนื่องจากการผลิตในประเทศจะทำให้ราคาจำหน่ายถูกลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับรถที่นำเข้าจากโรงงานในฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

แหล่งที่มา autostation

เปิดตัวรถกระบะ

เปิดตัวรถกระบะ Mazda BT-50

เปิดตัวรถกระบะ Mazda BT-50

เปิดตัวรถกระบะ ย้อนกลับไปก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น Mazda เคยประกาศว่า

จะมีการเปิดตัว Mazda BT-50 รุ่นใหม่ ภายในปีนี้ ซึ่งล่าสุดมีการอัปเดตว่าสามารถนำ Mazda BT-50 รุ่น

ใหม่ เข้าโชว์รูมได้เลยในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการระบาดด้วย

สำหรับ Mazda BT-50 ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2011 จากการร่วมมือกันพัฒนาระหว่าง Ford กับ Mazda โดยเป็นการแชร์เทคโนโลยีร่วมกันให้กับรถกระบะของแต่ละค่ายและผลิตจากโรงงานเดียวกันเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งก็คือโรงงาน ผลิตรถยนต์ AutoAlliance Thailand หรือ AAT ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม Easstern Seaboard จังหวัดระยอง นั่นเอง

และเมื่อปี 2019 Mazda ได้มีการเจรจายุติสายการผลิตรถกระบะร่วมกับ Ford ในรุ่น Ford Ranger ที่โรงงาน AAT โดยมีการวางแผนทุ่มงบกว่า 1 พันล้านบาทเข้าปรับปรุงโรงงาน และจะย้ายไปร่วมสายการผลิตกับ Isuzu D-Max อีกด้วย

ยอมจบความสัมพันธ์ในฐานะพาร์ตเนอร์กับ Ford ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 48 ปี เฉพาะในส่วนของรถกระบะ 9 ปี มาจากความต้องการที่จะเปลี่ยนระบบ Infotainment กระจังหน้า และกันชนทั้งหมด เพื่อเร่งให้ทันการเปิดตัวของ Isuzu D-Max ในต่างประเทศอย่างในออสเตรเลีย ขณะที่ Ford Ranger ไม่มีแผนการจะเปิดตลาดกระบะรุ่นใหม่แต่อย่างใดในปี 2020

และนี่คือสาเหตุที่ BT-50 ตัวใหม่ อาจจะมีความคล้ายกับ D-Max เพื่อนใหม่ในโรงงานเดิม ทั้งในเรื่องของโครงสร้างและเทคโนโลยีภายในบางอย่างด้วย แม้แต่เทคโนโลยี MZD Connect ของ Mazda ก็อาจจะไม่ปรากฏอยู่ใน BT-50 ตัวใหม่ แต่อาจจะกลายเป็นอะไรที่คล้าย ๆ กับของ D-Max ก็ได้

ในส่วนของเครื่องยนต์ อาจจะต้องจับตาดูกันต่อไปว่าจะมีความแตกต่างกันขนาดไหน เพราะช่วงเวลาของการเปิดตัวของ Mazda BT-50 ตัวใหม่ และ All New Isuzu D-Max ในต่างประเทศนั้นอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมีคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux ที่ยังซุ่มเงียบอยู่ และในปี 2021 ก็จะถึงคิวของ Ford Ranger เพื่อนเก่า ออกมาทำตลาดบ้าง ซึ่งอาจจะบอกได้ว่าถ้าสร้างความแตกต่างไม่ได้ งานนี้ Mazda เหนื่อยแน่นอน

แหล่งที่มา kapook

คิดให้ดีก่อน

คิดให้ดีก่อน ซื้อรถป้ายแดง ต้องดูรายละเอียดอะไรบ้าง

คิดให้ดีก่อน ซื้อรถป้ายแดง ต้องดูรายละเอียดอะไรบ้าง

คิดให้ดีก่อน ช่วงนี้ไม่ว่าใครก็หันมา ซื้อรถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้น เพราะว่าสะดวกสบายในการเดินทาง สามารถขับไปไหนมาไหนได้ตามใจ แต่การจะซื้อรถใหม่ป้ายแดงสักคันหนึ่ง นอกจากจะต้องเตรียมเงินดาวน์ในการออกรถแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ผู้ซื้อต้องเปรียบเทียบพิจารณาให้ดีๆ ไม่ว่าจะเป็น ยี่ห้อรถ ราคา ศูนย์บริการรถยนต์ คนขายรถ สินเชื่อรถยนต์ และอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้ masii เลยนำบทความดีๆ เกี่ยวกับการซื้อรถป้ายแดงมาฝากกัน ไปดูกันสิว่า ก่อนซื้อรถป้ายแดง ต้องดูอะไรบ้าง

1. เลือกรถที่ต้องการ
2. ทดลองขับ
3. ศูนย์บริการ
4. เซลล์ขายรถ
5. มีส่วนลดหรือของแถมอะไรบ้าง
6. ประกันรถยนต์ชั้น 1 ของอะไร
7. สอบถามเรื่องสินเชื่อรถยนต์
8. ขั้นตอนจองรถ

เอกสารในการทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ควรอ่านให้ละเอียด

แหล่งที่มา principlesofbuyingcar

เริ่มต้น

เริ่มต้น 2.35 ล้าน Chevrolet Silverado 2020

เริ่มต้น 2.35 ล้าน Chevrolet Silverado 2020

เริ่มต้น บริษัท General Motors หรือ GM ได้ระบุวันวางจำหน่ายรถยนต์ปิกอัพเรือธงของค่ายอย่าง Chevrolet Silverado 2020 ที่ประเทศออสเตรเลีย และก็นิวซีแลนด์ ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยพร้อมเข้าโชว์รูมในวันที่ 20 เดือนเมษายนนี้

สำหรับโฉมปี 2020 ของ Chevrolet Silverado นั้นทางฝ่ายออกแบบได้ขยายห้องโดยสารให้ใหญ่ขึ้นเพื่อความสบายสบาย รวมทั้งเพิ่มพื้นที่บรรทุกของเกือบ 7 นิ้วจากรุ่นก่อน ภายในห้องโดยสารจะมีระบบกันเสียงดังรบกวนจากภายนอก ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ GM ทำได้ดีในหลายๆรุ่น มีช่องเสียบปลั๊กไฟ 110 โวลต์ หลากหลายชนิด ยิ่งกว่านั้นยังวางแบบช่องข้างหลังแล้วก็ข้างๆเพื่อสามารถปีนขึ้นรถได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

ระบบขับเคลื่อนจะเป็นเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร ให้กำลัง 420 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 624 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แล้วก็เพิ่มระบบกันสั่นสะเทือนแบบ HSV ขณะเดียวกันนี้ทางค่ายการันตีว่ารถยนต์คันนี้จะประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงแน่นอน โดยจะใช้น้ำมัน 12.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร

ข้างในห้องโดยสารของ Chevrolet Silverado 2020 ที่นั่งข้างหน้ามีระบบระเบียบระบายความร้อน, เบาะหนังสีดำตัดกับสีน้ำตาล, ซันรูฟที่ควบคุมการเปิดหรือปิดด้วยระบบไฟฟ้า จอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 8.0 นิ้วใหม่ที่คมชัดกว่าเดิม, ช่องเสียบ USB รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนั้นยังมีความบันเทิงด้วย ระบบมัลติมีเดีย MyLink, Apple CarPlay รวมทั้ง Android Auto รองรับระบบเสียง Bose เจ็ดลำโพง จอ 15.0 นิ้วแบบ multi-4.2 นิ้ว จำสำหรับแสดงผลฟังก์ชั่น, การชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย, การเข้าและก็ออกที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กุญแจ

ทางด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย Chevrolet Silverado 2020 มีอีกทั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ระดับสูง, การเบรกรีบด่วนแบบอิสระ, ระบบตรวจคนเดินเท้า, การเตือนการออกนอกเลน, การวิเคราะห์จุดบอด, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, กล้องถอยหลัง รวมทั้งเซนเซอร์หยุดรถยนต์ข้างหน้าข้างหลัง, ปุ่มสตาร์ท รวมทั้งปุ่มหยุดชั่วขณะเวลาหนึ่งในขณะที่รถติดไฟแดงเพื่อประหยัดน้ำมัน

ในส่วนของราคาทางค่าย Chevrolet (เชฟโรเลต) เคาะราคา Chevrolet Silverado 2020 รุ่นมาตรฐานไว้ที่ 113,990 เหรียญประเทศออสเตรเลีย (ประมาณ 2,350,000 บาท) มาพร้อมกับ 9 เฉดสี โดยถ้าหากเป็นสีขาวจะไม่ต้องเพิ่มราคา นอกจากนี้จำเป็นจะต้องเพิ่มอีก 1,250 เหรียญประเทศออสเตรเลีย (ประมาณ 25,000 บาท)

แหล่งที่มา sanook

ดูแลรถยนต์ง่ายๆ

ดูแลรถยนต์ง่ายๆ ยืออายุการใช้งาน ตอนจอดทิ้งยาวนานหลายวัน

ดูแลรถยนต์ง่ายๆ ยืออายุการใช้งาน ตอนจอดทิ้งยาวนานหลายวัน

ดูแลรถยนต์ง่ายๆ 9 วิธีง่ายๆดูแลรถยนต์จอดทิ้ง ไม่ได้ใช้งานนานๆ

ต่ออายุการใช้งาน ลดความสียหาย

เดี๋ยวนี้คนจำนวนไม่น้อย ใช้รถยนต์ลดน้อยลง หรือเกือบจะไม่ได้ใช้เลย จากการจำกัดการเดินทาง หรือบางคนก็ทำงานจากที่บ้าน เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19

แต่ว่าอย่างที่รู้กันว่า รถยนต์นั้นหากจอดทิ้งเอาไว้เฉยๆนานๆจะมีความทรุดโทรมเกิดขึ้นได้ โดยเหตุนั้นก็เลยจำต้องดูแลให้ดี เพื่อต่ออายุการใช้งานให้นานที่สุด ลดความเสื่อมโทรมให้ได้มากที่สุด

ควิกเลน ผู้ให้บริการรักษารถยนต์ มีคำเสนอแนะ เกี่ยวกับดูแลรถยนต์ ซึ่งทำได้ด้วยตนเองง่ายๆและไม่เสียเวลามากเท่าไรนัก มาฝากกัน

1.ล้างรถ เอาคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรกที่บางทีอาจติดแน่นรวมทั้งทำร้ายผิวรถยนต์ถ้าเกิดจะต้องจอดรถยนต์ทิ้งเอาไว้เป็นระยะเวลานาน โดยบางทีอาจขัดด้วยแว็กซ์เคลือบสีรถยนต์เพื่อเพิ่มการดูแลและรักษาแล้วก็การปกป้องคุ้มครองพื้นผิวที่มากขึ้น

2. เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ถ้าเกิดมีความคิดว่าจะจอดรถยนต์นานเป็นเดือน ซึ่งการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ลงไปจะช่วยรักษาสภาพเครื่องยนต์ได้ถ้าจำต้องจอดรถยนต์นานเป็นเดือนๆ เนื่องมาจากน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วมักมีสิ่งปนเปื้อน และก็มีสภาพเป็นกรด ซึ่งบางทีอาจทำร้ายส่วนประกอบของเครื่องยนต์กลไกได้

3. ไม่สมควรดึงเบรกมือ ด้วยเหตุว่าเบรกบางทีอาจติดได้ แล้วก็บางทีอาจประสบปัญหาขยับรถยนต์ไม่ได้เมื่ออยากได้เคลื่อนรถยนต์

4. เติมน้ำมันเต็มถัง สามารถปกป้องความชื้นที่จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำได้ และก็ช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดสนิมข้างในถังน้ำมัน (กรณีถังเป็นโลหะ)

5. เช็ครวมทั้งเติมลมยาง ให้ได้ค่าดังที่ผู้ผลิตรถยนต์ระบุโดยมองได้จากเสาประตูข้างผู้ขับ หรือ ในฝาปิดถังน้ำมัน หรือในคู่มือวิธีการใช้รถยนต์ ควรจะตรวจเช็คลมยางสัปดาห์ละครั้ง เพื่อรักษาลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมช่วยคงสภาพแล้วก็รูปทรงของยางได้

6. หาที่จอดรถที่เหมาะสม เนื่องจากแสงแดดแล้วก็ฝนหรือความชื้นมีผลเสียต่อสภาพรวมทั้งอุปกรณ์ของรถยนต์ ยกตัวอย่างเช่น วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นยางสลายตัวก่อนที่จะถึงเวลาอันควรจะ สีตัวรถยนต์ซีดเซียวเร็ว การเกิดเชื้อราและก็สนิม หลีกเลี่ยงการจอดใต้ต้นไม้ใหญ่เนื่องจากกิ่งหรือยางไม้บางทีอาจหักหรือหล่นมาโดนรถยนต์ รวมทั้งการจอดในบริเวณพงหญ้ารวมทั้งจุดทิ้งขยะเพราะมีโอกาสที่หนูจะเข้าไปอาศัยหรือทำรังใต้กระโปรงรถยนต์

7. สตาร์ทรถยนต์เป็นระยะ เนื่องจากว่าการจอดรถยนต์ทิ้งเอาไว้โดยไม่มีการสตาร์ตเครื่องยนต์กลไกเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพรวมทั้งแบตเตอรี่บางทีอาจหมดได้ เพราะว่าระบบของรถยนต์ อย่างเช่น ระบบกันขโมย วิทยุ กล่องควบคุมอีเลคโทรนิค ยังคงดึงไฟจากแบตเตอรี่อยู่เสมอเวลาหากแม้ในขณะที่ไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ก็ตาม ความถี่ขึ้นอยู่กับความสบายแล้วก็สภาพของรถยนต์แต่ละคัน ตั้งแต่ทุก 2 วัน ไปจนกระทั่งทุก 2 สัปดาห์ ประมาณ 15 นาที รวมทั้งหากเป็นไปได้ควรที่จะนำรถยนต์ออกไปขับประมาณ 15–30 นาที เพื่อชาร์จไฟคืน พร้อมด้วยช่วยทำให้เครื่องยนต์กลไกแล้วก็ส่วนประกอบต่างๆได้ยืดเส้นยืดสาย ให้ได้รับการหล่อลื่น และควรจะเปิดแอร์ด้วย เพื่อช่วยทำให้ชิ้นส่วนในระบบได้ทำงานบ้าง

8. ขยับรถยนต์เพื่อรักษาสภาพยาง เพราะว่าการจอดรถยนต์คงที่นานๆจะทำให้เกิดการยุบตัวของยางส่วนที่สัมผัสกับพื้น เพราะว่าน้ำหนักของรถยนต์ทั้งสิ้นจะตกไปอยู่ที่จุดเดียวของยางแต่ละเส้น ทำให้ยางโครงยางเสียรูปเสียทรงและไม่กลม

9. ป้องกันไม่ให้สัตว์เข้ารถยนต์ ตามช่อง ซอก แล้วก็รูของรถยนต์ ตัวอย่างเช่น ท่อไอเสีย ช่องลม ฯลฯ เพราะว่านอกเหนือจากจะส่งกลิ่นเหม็นแล้ว สัตว์เหล่านี้บางทีอาจเข้าไปกัดส่วนประกอบต่างๆซึ่งรวมถึงสายไฟได้ ผู้ขับขี่จำเป็นจะต้องหาวิธีเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สัตว์เข้า

แหล่งที่มา bangkokbiznews

ผลกระทบ

ผลกระทบ Covid-19 Ford คาดไตรมาสแรกขาดทุน 1.9

ผลกระทบ Covid-19 Ford คาดไตรมาสแรกขาดทุน 1.9

ผลกระทบ Ford Motor คาดการณ์ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ประสบสภาวะขาดทุน 600 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1.9 ล้านบาท ผลพวงจากยอดจำหน่ายที่ต่ำลงรวมทั้งการหยุดผลิตขึ้นจากไวรัส Covid-19

ยอดจำหน่ายรถยนต์ Ford ในไตรมาสแรกของปี 2020 ต่ำลง 21% เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกันของปี 2019 ตอนนี้มีเพียงแต่โรงงานผลิตของบริษัทร่วมหุ้น Ford ในประเทศจีนแค่นั้นที่กลับมาเดินสายการสร้างรถยนต์อีกรอบ ข้างหลังเหตุการณ์การแพร่ระบาดในดินแดนมังกรเริ่มคลี่คลาย

ทิม สโตน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Ford กล่าวว่า “บริษัทฯ เชื่อมั่นว่ายังมีเงินสดมากมายพอเพียงที่จะดำเนินธุรกิจไปจนกระทั่งสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 ของปีนี้โดยที่ไม่ต้องกลับมาผลิตรถยนต์เต็มกำลังหรือต้องมีมาตรการทางการเงินเป็นพิเศษแต่อย่างใด

ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อเมริกันระบุว่าการตัดสินใจกลับมาผลิตอีกทีที่โรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วก็ยุโรปซึ่งปิดกระทำการไปตั้งแต่มีนาคมจะขึ้นกับการปรึกษาหารือร่วมกับสหภาพแรงงานท้องถิ่น ซัพพลายเออร์ ผู้แทนจำหน่าย รวมทั้งทุกฝ่ายที่เกี่ยวเนื่อง โดยพิจารณาถึงความปลอดภัยแล้วก็สุขภาพสูงสุด

สำหรับยอดจำหน่ายของ Ford ในอเมริกาซึ่งทำกำไรได้สูงจากวิธีขายรถปิคอัพรวมทั้งรถยนต์เอสยูวีปรับตัวลดลง 12.5% ในไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับปีกลายหน้า

ประธานของ Ford มั่นใจว่าเมื่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 คลี่คลาย ภาครัฐควรจะมีแนวนโยบายส่งเสริมรวมทั้งเกื้อหนุนความมั่นใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าให้กลับมาเหมือนเดิม

แหล่งที่มา autostation