รถยนต์นั่งไซส์เล็กยี่ห้อ Smart น้องเล็กสุดท้องในเครือเดมเลอร์ เอจี

รถยนต์นั่งไซส์เล็กยี่ห้อ

รถยนต์นั่งไซส์เล็กยี่ห้อ Smart น้องเล็กสุดท้องในเครือเดมเลอร์ เอจี

รถยนต์นั่งไซส์เล็กยี่ห้อ ภายหลังที่ต้องมองดูคู่แข่งเปลี่ยนแนวทางการผลิตรถยนต์เพื่อป้อนไปสู่ตลาดมานานยาวนานหลายปี ปัจจุบัน สมาร์ท (Smart) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เล็ก ในเครือเดมเลอร์ (Daimler) ก็มีแผนการที่จะเปลี่ยนแนวทางหันมาทำรถยนต์ครอสโอเวอร์ที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดแล้วก็สามารถทำกำไรได้สูงโดยจะเปิดตัวข้างในปี 2022

Smart ทราบดีว่าการลุกขึ้นมาปฏิวัติแนวคิดขององค์กรในครั้งนี้ถือว่าเป็นการทำผิดหลักแนวทางการก่อตั้งของบริษัทที่ยึดมั่นผลิตรถยนต์ลู่ทางให้กับลูกค้าด้วยขนาดของรถยนต์เป็นหลัก แต่ว่าเมื่อ เดมเลอร์ (Daimler) รวมทั้ง จีลี่ (Geely) ที่ลงนามร่วมทุนในบริษัทไม่สามารถมองเห็นผลตอบแทนสำหรับการผลิตรถยนต์เล็กอีกต่อไป

รถยนต์นั่งไซส์เล็กยี่ห้อ

อย่างไรก็ตามอย่าคาดหวังว่า Smart จะวางตัวรถยนต์ใหม่ของทางค่ายเป็นเอสยูวีขนาดใหญ่โต แม้กระนั้นมันบางครั้งอาจจะเป็นเพียงการเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อนนิดหน่อย หรือมันบางทีอาจเป็นเพียงแต่การเพิ่มในส่วนของแฮทช์แบค ซึ่งอาจจะมีความยาวมากขึ้นจากรุ่น ForTwo เพียงแค่ 54 นิ้วแค่นั้น นอกจากนั้นมันคงจะถูกปรับปรุงบนแพลตฟอร์มจาก จีลี่ (Geely) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน ที่เข้ามาร่วมทุนเมื่อปี 2019

ในส่วนของระบบการขับเคลื่อน มันจะเป็นระบบไฟฟ้าจากชุดแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน 78 กิโลวัตต์ชั่วโมง และก็คาดว่าจะสามารถวิ่งได้ระยะ 400 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ส่วนรายละเอียดต่างๆยังไม่มีการเปิดเผยอะไร

รถยนต์นั่งไซส์เล็กยี่ห้อ

แน่ๆความคลุมเครือของแฟนๆในการออกมาประกาศในครั้งนี้ของทางค่าย Smart คงจะเกิดเรื่องเกี่ยวกับขนาดของเจ้ารถยนต์ครอสโอเวอร์ที่จะเปิดตัวในปี 2022 ว่ามันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร และก็ขนาดใหญ่จากเดิมเพียงใด แต่ว่าที่แน่นอนเป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ของ Smart ได้รับการรับรองว่าจะถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเมืองเป็นหลักอย่างเดิม

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : sanook

เปิดตัวอย่างหล่อ

เปิดตัวอย่างหล่อ TOYOTA NEW YARIS CROSS HYBRID

เปิดตัวอย่างหล่อ TOYOTA NEW YARIS CROSS HYBRID

เปิดตัวอย่างหล่อ หลังพลาดโชว์ตัวในงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ 2020 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อต้นเดือนเดือนมีนาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา เพราะว่างานได้ถูกยกเลิกไปเหตุเพราะหวั่นวิตกเรื่องเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) มาวันนี้แฟนๆก็ได้เห็นกันเต็มตาหลังคอยมานานกว่าหนึ่งเดือนเมื่อปัจจุบัน Toyota Europe ได้เปิดตัว Toyota Yaris Cross Hybrid อย่างเป็นทางการ

  • เปิดตัวอย่างหล่อ

สำหรับ Toyota Yaris Cross Hybrid คันนี้มีเป้าหมายที่จะบุกตีตลาดรถยนต์ยุโรปเป็นที่แรก แน่นอนมันถูกพัฒนาขึ้นตามสิ่งที่มีความต้องการของตลาดรถยนต์ในยุโรป บนแพลตฟอร์มพื้นฐานเดียวกันกับ Yaris Hatchback โดยขยายเพิ่มเป็นความยาว 164.5 นิ้ว, กว้าง 69.4 นิ้ว แล้วก็สูง 61.4 นิ้ว

รูปโฉมภายนอกของ Toyota Yaris Cross Hybrid ถือว่าดุดันมากกว่าตัวธรรมดา ด้วยการยกตัวถังให้สูงขึ้น กระจังหน้าถูกปรับให้มีขนาดเล็กลง ไฟหน้าแบบ LED ที่สำคัญคือเลือกเปิดตัวด้วยสีเหลืองทอง (Brass Gold) ตัดกับสีดำบริเวณกันชนหน้า-หลัง ซุ้มล้อที่ถูกยกสูงขึ้น ชายประตู และก็บริเวณหลังคา มาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

เปิดตัวอย่างหล่อ

ภายในห้องโดยสารออกแบบมาเหมือนกับ Yaris Hatchback แต่ว่ามีที่เก็บสิ่งของมากขึ้นตามจุดต่างๆเบาะที่นั่งสามารถพับได้เพื่อเพิ่มที่เก็บสัมภาระได้มากขึ้น แผงหน้าปัดแบบดิจิทัล พวงมาลัยสามก้าน แล้วก็จอกลาง Infotainment ระบบสัมผัส ฝากระโปรงท้ายปิดเปิดด้วยพลังงานไฟฟ้า

ในส่วนของกำลังขับเคลื่อนของ Toyota Yaris Cross Hybrid จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร แต่ว่าทางค่ายยังอุบในเรื่องกำลังแรงม้า และก็แรงบิด นอกจากนั้นในส่วนของระบบไฮบริด (Hybrid) จะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถให้กำลังถึง 116 แรงม้า ส่งไปยังล้อหน้า ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกระบบเคลื่อนได้มีอีกทั้งแบบ ล้อหน้า (FWD) รวมทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD)

ขณะเดียวกันนี้ทางค่ายได้เปิดเผยว่า Toyota Yaris Cross Hybrid จะถูกผลิตที่ประเทศฝรั่งเศส โดยจะเดินสายการผลิตในปี 2021 แล้วก็มีระบุจะวางขายภายในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมทางค่ายจะเผยในอนาคต รวมทั้งประเทศที่จะออกวางขายว่าจะมีเฉพาะในยุโรปหรือเปล่า ซึ่งแฟนๆชาวไทยก็ต้องลุ้นกันว่าเจ้ารุ่นนี้จะมีการเข้ามาทำการตลาดในบ้านเราหรือเปล่า

แหล่งที่มา sanook

รถเอสยูวีกำลังเป็นที่ต้องการ

รถเอสยูวีกำลังเป็นที่ต้องการ ของตลาด ยานยนต์ทั่วโลก

รถเอสยูวีกำลังเป็นที่ต้องการ ของตลาด ยานยนต์ทั่วโลก

รถเอสยูวีกำลังเป็นที่ต้องการ คนโดยส่วนใหญ่หันมานิยมเอสยูวีเนื่องจากมันมีขนาดที่ใหญ่ใช้งานได้สบาย แถมในตอนนี้ค่ายรถยนต์ต่างปรับปรุงเอสยูวีมาประชันกัน ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น ปัจจุบันวงการยานยนต์เริ่มจะมีสมาชิกเอสยูวีใหม่อีกคันจาก ค่าย Lexus (เล็กซัส) ในนาม Lexus LQ

รถเอสยูวีกำลังเป็นที่ต้องการ

Car & Driver แถลงการณ์ว่า Lexus กำลังจะเปิดตัวเอสยูวีเรือธงคันใหม่ ที่มีชื่อว่า Lexus LQ มาจากแนวคิดที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2018 อย่าง LF-1 Limitless ที่คาดว่าจะใช้แพลตฟอร์มที่ดัดแปลมาจากซีดานเรือธง ใช้เครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร twin-turbo จาก LS 500 รวมทั้ง 3.5 ลิตร V6 พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว จาก LS 500h กำลัง 416 และก็ 354 แรงม้า มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีรุ่น F ที่นำเสนอพร้อมเครื่องยนต์ Twin-turbo V8 600+ แรงม้า

รถเอสยูวีกำลังเป็นที่ต้องการ

การขอยื่นจดสิทธิบัตรการใช้ชื่อ LQ ต่อสำนักงานสิทธิบัตรและก็เครื่องหมายการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า Lexus ได้เตรียมมาเนิ่นนาน และก็เป็นช่วงเวลาภายหลังที่ แนวความคิด LF-1 เปิดตัวไปไม่นานภายหลังที่ถูกนำมาโชว์ตัว งานแสดงรถยนต์ดีทรอยต์ในปี 2018

แหล่งที่มา sanook

ประเทศจีนเผยภาพ

ประเทศจีนเผยภาพ Baojun RC-5 รถคอมแพคท์ลิฟท์แบ็ครุ่นใหม่

ประเทศจีนเผยภาพ Baojun RC-5 รถคอมแพคท์ลิฟท์แบ็ครุ่นใหม่

ประเทศจีนเผยภาพ ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนวางแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 6 รุ่นภายในปีนี้ รวมทั้งหนึ่งในนั้นเป็น Baojun RC-5 สมาชิกใหม่ของแบรนด์ มาพร้อมวางแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น RC-6 ซึ่งเป็นรถยนต์ฟาสต์แบ็ก 5 ประตู อีกทั้งยังมีการใช้ภาษาการออกแบบใหม่ของแบรนด์อย่าง Interstella Geometry แล้วก็ Diamond-Shape ช่วยทำให้รถยนต์ดูสง่างามมากเพิ่มขึ้น

ด้านหน้าของ Baojun RC-5 ถูกวางแบบมาในสไตล์คล้ายกับรถยนต์รุ่นปัจจุบันของ Baojun ไม่ว่าจะเป็นทั้งยัง RS-3, RS-5 แล้วก็ RM-5 ไฟหน้าแบบแยกส่วนพร้อมไฟ DRL แนวนอนที่อยู่เหนือขึ้นไปด้านบน กระจังหน้าคล้ายกับรถยนต์มินิแวน RM-5 ส่วนข้างๆจะคล้ายกับ RC-6 ซึ่งเป็นรุ่นที่ใหญ่มากยิ่งกว่า แต่ว่ามีความสูงจากพื้นน้อยกว่า

ภาพของห้องโดยสารยังไม่ถูกเปิดเผยในขณะนี้ แต่ว่าคาดว่าจะมาพร้อมหน้าพร้อมตาหน้าจอไวด์สกรีนศูนย์รวมอีกทั้งมิเตอร์ดิจิทัลและก็จอแสดงผลหลัก ขณะที่ขุมพลังมีให้เลือกอีกทั้งเครื่องยนต์กลไกเบนซิน 4 สูบ ปริมาตร 1.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ให้กำลังสูงสุด 99 แรงม้า แล้วก็เครื่องยนต์กลไกเบนซิน 4 สูบ ปริมาตร 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 147 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเป็นมาตรฐาน รวมทั้งมีเกียร์อัตโนมัติให้เลือกเป็นออปชั่นเสริม

แหล่งที่มา sanook

ค่ายรถสัญชาติฝรั่งเศส

ค่ายรถสัญชาติฝรั่งเศส Bugatti หยุดชะงัก

ค่ายรถสัญชาติฝรั่งเศส Bugatti หยุดชะงัก

ค่ายรถสัญชาติฝรั่งเศส ยังคงพัฒนาแบบจำลอง Chiron รวมทั้ง Divo อย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุดยั้ง เพราะเหตุว่าวิศวกรหอบงานพวกนั้นกลับมาทำที่บ้านช่วง Work From Home ด้วย

Lars Fischer หัวหน้าฝ่ายทดลองแชสซีส์รวมทั้งแอปพลิเคชั่นของ Bugatti ยังคงดำเนินงานเพื่อ Chiron แล้วก็ Divo ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ถึงแม้หลายคนจะคิดไม่ถึงว่าบริบทของงานเขาจะยากต่อการนำกลับมาทำที่บ้านเสียเหลือเกิน

เขายอมรับว่ามันมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปมากมาย ได้แก่ บางที่ไม่อาจจะนำรถยนต์ไปทดลองบนพื้นที่จริงได้ เขาก็จะใช้แบบจำลองการคำนวณทำงานอยู่ที่บ้านผ่านกระบวนการทางดิจิทัลที่ทันสมัย การเปลี่ยนแปลงอีกประการหนึ่งคือ จะไม่มีวิศวกรสองคนนั่งอยู่ในการพัฒนาโมเดล Chiron และก็ Divo

โดยทั่วไป พวกเราชอบมีวิศวกรสองผู้ที่ขับขี่รถเพื่อทดลอง เพื่อการทดลองสามารถขับได้ตามรายการตรวจดูที่ตั้งไว้ รวมทั้งสามารถบันทึกข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ได้แบบเรียลไทม์ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม วิศวกรของ Bugatti ก็ยังทำหน้าที่ได้ดีแม้ว่าจะอยู่ในตอน Work From Home ก็ตาม

แหล่งที่มา sanook

เผยข้อมูลอัพเดท

เผยข้อมูลอัพเดท ก่อนเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เผยข้อมูลอัพเดท ก่อนเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า 

เผยข้อมูลอัพเดท BMW 4 Series Gran Coupe 2021 ภายใต้ภาพเรนเดอร์ความสามารถของ Zer.o.wt โดยใช้ BMW Concept i4 เป็นจุดเริ่ม แต่ว่ามีความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง i4 มีกันชนที่ไม่ซ้ำใคร พร้อมช่องสำหรับเพื่อระบายอากาศข้างหน้าและไม่มีท่อไอเสียที่ด้านหลัง

สำหรับ BMW 4 Series Gran Coupe 2021 คันนี้นั้น มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับ i4 เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ มาพร้อมกับกระจังหน้าไตคู่สุดสะดุดตาตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ผสมผสานกับด้านหน้าของรถยนต์ได้อย่างกลมกลืน แม้ว่าจะไม่ถูกใจสาวก BMW สักเท่าไหร่

นอกเหนือจากนั้น BMW 4 Series Gran Coupe 2021 จะเสนอกลุ่มเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ และก็ 6 สูบเทอร์โบชาร์จเจอร์ แล้วก็เครื่องยนต์กลไกน้ำมันดีเซลไฮบริด รวมทั้งนอกจากนั้นยังมีกระแสข่าวลือว่า BMW มีแผนสำหรับการที่จะเปิดตัว M4 Gran Coupe เป็นครั้งแรกอีกด้วย

แหล่งที่มา sanook

คงความเเป็นหนึ่ง

คงความเเป็นหนึ่ง Porsche Taycan ครอบครองรางวัลใหญ่จากเวทีระดับนานาชาติ WCOTY 2020

คงความเเป็นหนึ่ง Porsche Taycan ครอบครองรางวัลใหญ่จากเวทีระดับนานาชาติ WCOTY 2020

คงความเเป็นหนึ่ง สุดยิ่งใหญ่มาก โดยในปีนี้ Porsche Taycan สามารถเอารางวัลมาได้ถึง 2 ประเภท ดังเช่นว่า รางวัล World Luxury Car แล้วก็รางวัล World Performance Car of the Year ซึ่งรางวัล World Performance นั้น Porsche ครอบครอง 3 อันดับแรกในสาขานี้ ประกอบด้วย Porsche 911 และก็ Porsche 718 Spyder/Cayman GT4 ยิ่งไปกว่านั้น รถยนต์สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบ 100% คันแรกของ Porsche คันนี้ ยังสามารถคว้ารางวัลชนะในจำพวก World Luxury Car อีกด้วย

คณะกรรมการสื่อมวลชนสายยานยนต์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติทั้ง 86 ราย ร่วมคัดเลือกและตัดสินจากรถยนต์รุ่นใหม่กว่า 50 คัน ยนตรกรรมที่ได้รับชัยชนะจะได้รับการประกาศในระหว่างงานถ่ายทอดสดการประชุมออนไลน์ โดยการบริหารจัดการของผู้จัดงาน WCOTY

Michael Steiner สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ผู้กำกับดูแลส่วนงานวิจัยและพัฒนา กล่าวหลังรับรางวัลว่า “การคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาได้ถึง 2 ประเภท นั่นเครื่องยืนยันต่อความมุ่งมั่นทุ่มเทของเรา เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จในการพัฒนา Porsche Taycan ที่เราต้องการสร้างสรรค์ยานพาหนะที่มุ่งเน้นไปยังผู้ขับขี่เป็นหลัก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รถยนต์สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าของพวกเราสามารถเป็นทั้งยังยานพาหนะความสามารถสูง พร้อมกันกับคุณประโยชน์อันเหนือชั้น พวกเรายินดีเป็นอย่างมากที่ WCOTY ตัดสินใจมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ตอบแทนความพยายามของพวกเรา”

สำหรับผลการตัดสินรางวัลชนะ World Car of the Year ในปีนี้ นับเป็นเยี่ยมความสำเร็จสม่ำเสมอที่ได้รับมายาวนาน ก่อนหน้า Porsche Taycan เป็นความสำเร็จของ The New Porsche 911 ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปีที่แล้ว รถยนต์สปอร์ตระดับตำนานรุ่นดังกล่าว สามารถคว้ารางวัลระดับสากลได้กว่า 40 รางวัลจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในตลาดภูมิภาคต่างๆทั้ง เยอรมนี, ประเทศสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร แล้วก็จีน ในส่วนของ Porsche Taycan ก็ได้รับรางวัลมากมายอาทิเช่น เดียวกัน เช่น

– Car of the Year: Top Gear Magazine (สหราชอาณาจักร)
– Game Changer of the Year: Top Gear Magazine (สหราชอาณาจักร)
– The China Green Car of the Year: Chinese Car of the Year (CCOTY)
– German Car of the Year: German Car of the Year (GCOTY)

ส่วน Porsche 911 ได้รับรางวัลชนะถึง 2 รางวัลจาก Motor und Sport Magazine (เยอรมนี) ในสาขา Readers’ Choice for Best Cars จากชนิดรถยนต์ 2 ประตู Coupé รวมทั้งรถยนต์เปิดประทุน Cabriolet นอกเหนือจากนั้นยังได้ รับรางวัลอื่นๆดังนี้

– Auto Trophy: Readers’ Choice of the Auto Zeitung Magazine (เยอรมนี)
– Best Performance Car of the Year: Auto Express Magazine (สหราชอาณาจักร)
– Best Driver’s Cars: Motor Trend Magazine (อเมริกา)
– The China Performance Car of the Year: Chinese Car of the Year (CCOTY)

Oliver Blume ประธานกรรมการบริหาร ของ Porsche AG ได้พูดถึงรางวัลที่ Porsche 911 ได้รับว่า “Porsche 911 เป็นรถยนต์สปอร์ตที่นำพาพวกเราอยู่บนทางที่ความสำเร็จมาตลอดระยะเวลาเกือบจะ 60 ปี ด้วยเหตุผลต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานดีไซน์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณลักษณะโดดเด่นส่วนตัว เมื่อใดก็ตามที่มีเด็กสักคนวาดภาพรถยนต์สปอร์ตในดวงใจของเขาออกมาชอบเป็นรูปทรงของ Porsche 911 อยู่เป็นประจำ พวกเรายังคงตั้งใจที่จะปรับปรุงเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างไม่หยุดยั้ง เอกลักษณ์ของขุมพลังเครื่องยนต์กลไกวางหลัง และก็สวิตช์กุญแจที่อยู่ในตำแหน่งตรงกันข้ามกับเกียร์เสมอ คือตัวตนที่จริงจริงของ Porsche 911 เช่นเดียวกับการที่มันเป็นมาตรฐานอันยิ่งใหญ่ให้แก่รถยนต์สปอร์ตทุกคันที่ยากจะหาข้อเปรียบเทียบ”

แหล่งที่มา sanook

แต่งหล่อรอบคัน

แต่งหล่อรอบคัน ซิ่งเปลี่ยนลุค Tesla Model 3

แต่งหล่อรอบคัน ซิ่งเปลี่ยนลุค Tesla Model 3

แต่งหล่อรอบคัน อย่างที่ทุกคนทราบกันว่า ภาพลักษณ์เดิมของรถยนต์ ไฟฟ้าหลายๆรุ่นนั้นค่อนข้างมีความสุขุม นิ่งๆไม่หวือหวา แต่ทว่าสำหรับ Tesla Model 3 Performance เวอร์ชั่นจาก RevoZport ตอนนี้จัดหนักไม่น้อยกับชุดแต่งรอบคันอย่าง Model 3R Evo

ไม่ว่าจะเป็นสเกิร์ตที่ติดตั้งรอบคัน ดิฟฟิวเซอร์ด้านท้ายรถยนต์ ตัวถังด้านข้างขยายมากขึ้นทั้ง 4 ซุ้มล้อ ซึ่งใช้วัสดุคาร์บอนน้ำหนักเบา ขณะที่ฝากระโปรงหน้ารวมทั้งข้างหลังก็ดูขึงขังเอาการ ส่วนด้านล่างใช้ล้อ forged ที่รัดด้วยยาง Michelin Pilot Super Sport แข็งแกร่งทนทาน และก็น้ำหนักเบา

มาถึงเรื่องขุมพลังกันบ้าง กับการเพิ่มเติมมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 1 ตัว ซึ่งพอมี 2 ตัวก็จะสามารถทำอัตรารีบ 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลา 3.5 วินาที รวมทั้งสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง บอกเลยว่ารถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 Performance รุ่นพิเศษนี้ซิ่งขาดใจอย่างแน่แท้

แหล่งที่มา sanook

โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์

โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19

โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ ถึงแม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19

โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ สำนักข่าว Reuters แถลงการณ์ว่ายอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Tesla ในตลาด แดนมังกร เพิ่มขึ้นจาก 2,314 คันในเดือนกุมภาพันธ์ไปเป็น 12,709 คันในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หรือเท่ากับมีอัตราการเติบโตก้าวกระโดดถึง 450% เมื่อเทียบกันเดือนต่อเดือน

ตัวเลขดังกล่าวยิ่งทวีความน่าประทับใจมากขึ้นไปอีกเมื่อดูจากยอดขายรถยนต์ใหม่ในจีนที่ลดลงจาก 2.52 ล้านคันในเดือนมีนาคมปีที่แล้วเหลือเพียง 1.43 ล้านคันในเดือนมีนาคมของปีนี้ หรือหดตัว 43.4% แต่ ยอดขายรถยนต์ Tesla กลับเติบโตสวนทางอย่างไม่เห็นฝุ่น

กิกะแฟคตอรี่ของ Tesla ในนครเซี่ยงไฮ้เปิดทำการจนถึงปลายเดือนเดือนมกราคม ก่อนจะถูกหน่วยงานภาครัฐสั่งปิดสายการผลิตชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19 และกลับมาผลิตอีกครั้งได้ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์

Tesla ยังเพิ่งประกาศว่าจะเริ่มสายการผลิตรถพลังงานไฟฟ้ารุ่นเล็กที่มีระยะทางขับเคลื่อนไกลขึ้นและรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง Model 3 Long Range RWD และ Model 3 Performance ตามลำดับที่โรงงานในนครเซี่ยงไฮ้ ก่อนจะเร่งส่งมอบให้ลูกค้าทันที

มีการคาดการณ์ว่ายอดขายรถ Model 3 ในประเทศจีนจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเนื่องจากการผลิตในประเทศจะทำให้ราคาจำหน่ายถูกลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับรถที่นำเข้าจากโรงงานในฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

แหล่งที่มา autostation

เปิดตัวรถกระบะ

เปิดตัวรถกระบะ Mazda BT-50

เปิดตัวรถกระบะ Mazda BT-50

เปิดตัวรถกระบะ ย้อนกลับไปก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น Mazda เคยประกาศว่า

จะมีการเปิดตัว Mazda BT-50 รุ่นใหม่ ภายในปีนี้ ซึ่งล่าสุดมีการอัปเดตว่าสามารถนำ Mazda BT-50 รุ่น

ใหม่ เข้าโชว์รูมได้เลยในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการระบาดด้วย

สำหรับ Mazda BT-50 ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2011 จากการร่วมมือกันพัฒนาระหว่าง Ford กับ Mazda โดยเป็นการแชร์เทคโนโลยีร่วมกันให้กับรถกระบะของแต่ละค่ายและผลิตจากโรงงานเดียวกันเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งก็คือโรงงาน ผลิตรถยนต์ AutoAlliance Thailand หรือ AAT ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม Easstern Seaboard จังหวัดระยอง นั่นเอง

และเมื่อปี 2019 Mazda ได้มีการเจรจายุติสายการผลิตรถกระบะร่วมกับ Ford ในรุ่น Ford Ranger ที่โรงงาน AAT โดยมีการวางแผนทุ่มงบกว่า 1 พันล้านบาทเข้าปรับปรุงโรงงาน และจะย้ายไปร่วมสายการผลิตกับ Isuzu D-Max อีกด้วย

ยอมจบความสัมพันธ์ในฐานะพาร์ตเนอร์กับ Ford ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 48 ปี เฉพาะในส่วนของรถกระบะ 9 ปี มาจากความต้องการที่จะเปลี่ยนระบบ Infotainment กระจังหน้า และกันชนทั้งหมด เพื่อเร่งให้ทันการเปิดตัวของ Isuzu D-Max ในต่างประเทศอย่างในออสเตรเลีย ขณะที่ Ford Ranger ไม่มีแผนการจะเปิดตลาดกระบะรุ่นใหม่แต่อย่างใดในปี 2020

และนี่คือสาเหตุที่ BT-50 ตัวใหม่ อาจจะมีความคล้ายกับ D-Max เพื่อนใหม่ในโรงงานเดิม ทั้งในเรื่องของโครงสร้างและเทคโนโลยีภายในบางอย่างด้วย แม้แต่เทคโนโลยี MZD Connect ของ Mazda ก็อาจจะไม่ปรากฏอยู่ใน BT-50 ตัวใหม่ แต่อาจจะกลายเป็นอะไรที่คล้าย ๆ กับของ D-Max ก็ได้

ในส่วนของเครื่องยนต์ อาจจะต้องจับตาดูกันต่อไปว่าจะมีความแตกต่างกันขนาดไหน เพราะช่วงเวลาของการเปิดตัวของ Mazda BT-50 ตัวใหม่ และ All New Isuzu D-Max ในต่างประเทศนั้นอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมีคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux ที่ยังซุ่มเงียบอยู่ และในปี 2021 ก็จะถึงคิวของ Ford Ranger เพื่อนเก่า ออกมาทำตลาดบ้าง ซึ่งอาจจะบอกได้ว่าถ้าสร้างความแตกต่างไม่ได้ งานนี้ Mazda เหนื่อยแน่นอน

แหล่งที่มา kapook